มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงทางด้านการแพทย์ และสาธารณสุข
โดยทางมหาวิทยาลัยได้มีโครงการส่งเสริม
สุขภาพแก่นักศึกษา บุคลากร เจ้าหน้าที่ประจำมหาวิทยาลัย ตลอดจนประชาชนทั่วไป อย่างสม่ำเสมอ
ทั้งที่ปรากฏออกมาในรูปแบบของการจัดกิจกรรมต่างๆ และในรูปแบบของการรณรงค์ประชาสัมพันธ์
เกี่ยวกับการสร้างเสริมสุขภาพในระดับเบื้องต้นนั้นมีหลายๆ ประเด็นที่น่าสมนใจ หนึ่งในหลายๆประเด็นนั้นคือ
"เรื่องการสูบบุหรี่"
ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาเป็นเวลายาวนานไม่จบไม่สิ้นซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายมากในการค้นหาแนวทางบุติปัญหานี้
ซึ่งสามารถนำมาใช้ได้อย่างมีประสบความสำเร็จ
ปัญหาการสูบบุหรี่ เรียกได้ว่าเป็นปัญหาระดับโลกก็ว่าได้
ซึ่งทุกคนคงทราบดีกันอยู่แล้วว่าการสูบบุหรี่นั้นเป็นสิ่งไม่ดี ทำให้เกิดโรคร้ายต่างๆ มากมาย
แต่ก็ดูเหมือนส่าบางคนรู้แล้วแต่ก็ยังทำ
เสมือนเป็นการพร้อมรับผลเสียที่จะเกิดขึ้นตามมาจากการสูบบุหรี่
ซึ่งข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้เป็นเรื่องจริงที่น่าเป็นห่วงมาก
โดยเฉพาะในช่วงระยะเวลาไม่นานมานี้ ได้มีข้อมูลใหม่ๆ ที่น่าตกใจมากกมาย
อาทิเช่น กลุ่มประชากรที่มีอัตราการสูบบุหรี่เพิ่มขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง คือ
กลุ่มเบาวชน 15-24 ปี
ประมาณครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ที่สูบบุหรี่ เริ่มสูบเมื่ออายุ 15-19 ปี
องค์การอนามัยโลกคาดว่าในอีก 20 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะมีผู้สูบบุหรี่ถึง 13 ล้านคน
โดยผู้ชายไทยจะสูบบุหรี่น้อยลงแต่ผู้หญิงจะสูบเพิ่มมากขึ้น
ข้อมูลดังกล่าวข้างต้น ดูเผินๆ แล้วอาจไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เกินความคาดเดาของใครหลายคน
เนื่องจากในปัจจุบัน เราสามารถเห็นพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของเยาวชนทั้งชายและหญิงได้
ตามสถานที่เที่ยว ตามท้องถนน มุมอับตามห้างสรรพสินค้า หรือแม้แต่ในสถานศึกษาเอง
จนบางครัง้สิ่งที่น่าตกใจเหล่านี้ได้กลายเป็นภาพชินตาของใครหลายคน
มิหนำซ้ำในบางโอกาศที่ได้ไปไหนมาไหนกับคนแก่ๆ รุ่นคุณปู่คุณย่า
เมื่อใดก็ตามที่คนเฒ่าคนแก่เหล่านี้ เห็นวัยรุ่นหัวเกรียนยืนสูบบุหรี่พ่นควันอย่างสบายอารมณ์
พวกท่านก็จะพากันตกอกตกใจ น้ำหมากระจาย
พร้อมเอ่ยประโยคประจำตัว "โอย เห็นแล้ว ยายจะเป็นลม"
แต่พวกเรากลับเห็นว่าอากัปกิริยาของพวกท่านเป็นเรื่องตลกสำหรับเรา
ซึ่งถ้าหากมองกันให้ลึกถึงประเด็นปัยหาเรื่องนี้แล้ว
มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ อีกต่อไป
เนื่องจากในสมัยก่อนการสูบบุหรี่จะกระทำกันในหมู่ผู้หลักผู้ใหญ่
ซึ่งส่วนมากเป็นผู้ชาย โดยอาจจะสูบกันในสถานที่ที่ค่อนข้างรโหฐาน
ซึ่งจุดประสงค์ในการสูบบุหรี่นั้น อาจจะเพื่อคลายเครียดหรือการสังสรรค์ เป็นต้น
หากแต่ในปัจจุบันนั้นสถิติของอายุผู้สูบบุหรี่ เริ่มต้นเมื่ออายุยังน้อยนัก
อีกทั้งกระทำกันอย่างแพร่หลายทั้งชายและหญิง
ตัวสินค้าเองก็หาซื้อกันได้ง่ายตามร้านค้าหรือร้านสะดวกซื้อต่างๆ
ซึ่งจะมองเห็นได้ถึงความสอดคล้องในอีกประการหน่งได้ว่า
"วัยรุ่น" จัดได้ว่ามีอัตราการสูบบุหรี่สูงขึ้นมาก
เนื่องจากวัยรุ่นนั้นเพิ่งก้าวข้ามความเป็นเด็ก
แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยังไม่เติบโตพอที่จะรับผิดชอบอะไรได้มากมายเหมือนผู้ใหญ่
ดังนั้น เมื่อความรู้อยากลองตามวิสัยของเด็ก
ประกอบกับภาวะที่อยากจะใช้ชีวิตได้อย่างเสรีตามแบบผู้ใหญ่
ทำให้การสูบบุหรี่ได้กลับกลายเป็รค่านิยมที่ผิดๆ ในหมู่วัยรุ่นบางกลุ่ม
อีกทั้งวัยรุ่นก็สามารถหาซึื้อบุหรี่ได้อย่างง่ายดาย
ด้วยปัจจัยทั้งหมดจึงนำมาซึ่งสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง
สืบเนื่องจากเรื่องราวทั้งหมดจะเห็นได้ว่า "มหาวิทยาลัยมหิดล"
มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับประเด็นปัญหานี้เนื่องจากนักศึกษาในมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่แล้ว
ก็คือวัยรุ่นนั่นเอง อีกทั้งมหาวิทยาลัยคือสถานศึกษาที่พัฒนาคน
ให้ก้าวสู่ความเป็นผู้ใหญ่ที่มีท้งความรู้ในทางวิชาชีพที่ได้เล่าเรียนมา
และคุณธรรมในการใช้ชีวิต
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "มหาวิทยาลัยมหิดล"
เป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงด้านสุขภาพ
ดังนั้น มันก็ย่อมเป็นสิ่งที่ดีถ้าหากนักศึกษาในมหาวิทยาลัยมหิดล
จะเป็นส่วนหนึ่งในการเริ่มต้นที่จะลด ละ เลิกการสูบบุหรี่ ให้เป็นตัวอย่างแก่บุคคลอื่นๆ
ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งแก่ตัวนักศึกษาเองในด้านสุขภาพและเป็นการรักษาภาพพจน์ของสถาบัน
เนื่องจากหัวใจหลักของมหาวิทยาลัย ก็คือ "นักศึกษา"
เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว หากการเลิกสูบบุหรี่คือการที่เรารักและศรัทธาในตนเอง
ก็ย่อมมีค่าเท่ากับการที่เรารักและศรัทธาในสถาบัน
เลิกสูบบุหรี่กันเถอะ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น