WELOVEMAHIDOL

เราเป็นหนึ่งกลุ่มของ นักศึกษา ของ "มหิดล"หนึ่งกลุ่มของหนุ่ม สาว ผู้เคยใช้ชีวิตปีหนึ่ง ใน มหิดล ศาลายาหนึ่งกลุ่มของ ควาทรงจำ ที่เคยไหลเวียน ณ มหิดล ศาลายา จึงเป็นที่มาของ "เรา รัก มหิดล" welovemahidol เพราะใครๆก็เคย มีความทรงจำดีดี
มหิดล ศาลายา ที่แห่งนี้เป็น เสมือนบ้าน มหิดล ศาลายา ที่แห่งนี้เป็น เสมือนกำลังใจ มหิดล ศาลายา ที่แห่งนี้เป็น เสมือนความทรจำ มหิดล ศาลายา ที่แห่งนี้เป็น เสมือนความรักอันหอมหวาน
เพราะเราเชื่อว่า นักศึกษา และ(อดีต)นักศึกษา ผู้ที่เคย ได้ใช้ชีวิต ช่วงเวลาที่ดีดี ณ มหิดล ศาลายา ณ ที่แห่งนี้ ยังคงมีเรื่องราว ความทรงจำที่ดี อันมีคุณค่ากับหลายคน แม้ว่า ปัจจุบัน มหิดล ศาลายา จะเปลี่ยนแปลงไปมากเท่าใดก็ตาม แม้ว่าตึกกิจที่ใครหลายคน เคยได้ใช้ช่วงเวลาที่ดี นั้นไม่มีอีกแล้ว แต่เชื่อเถอะว่า ความทรงจำทีดีดีที่เราทุกคนยังเหลืออยู่ ก็ยังมีใคร อีกหลายคนที่คิดถึงเช่นกัน
มหิดล ศาลายา

วันจันทร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2553

ฉันรักเธอ(คือน้องฉัน)




เพราะรักหรอก จึงพัดพา ไล่ลมร้อนไปให้ไกล
เพราะห่วงหรอก จึงถามไถ่ ความเป็นไป เพียงนาที
เพราะรักหรอก จึงไล่ยุง ไม่ดูดเลือด ของเธอไปเสียหมด
เพราะรักหรอก ฉันจึงมา เป็นพี่ ของเธอ
เพราะรักหรอก ฉันจึงแอบหยอด คำหวาน มีความนัย
เพราะรักหรอก เธอไม่รู้ จึงโทรหา เผื่อห่วงหา
เพราะรักหรอก จึงนัดพบ ในวันนี้ วันแรกพบ ที่ฉันรอเธอ
เข้าใจรึยัง ว่าฉันรักเธอ(คือน้องฉัน)
ต่อแต่นี้ จงเป็นพี่ที่ดี แก่น้องเธอ
แล้วพบกัน ในวัน นัดพบ วันรักน้อง

ดูเถอะเธอเอ๋ย ชีวิตเธอที่มหิดล ศาลายา เป็นเช่นนี้หรือไม่?

















ชีวิตนักศึกษา มหาวิทยาลัย
เมื่อเปิดเรียนปีการศึกษาใหม่:


อาทิตย์ที่1:
อาทิตย์ที่ 2:
ก่อนสอบกลางภาค:
ระหว่างสอบกลางภาค:
หลังสอบกลางภาค:
ก่อนสอบปลายภาค:
หลังจากที่รู้ตารางสอบปลายภาค:
7 วันก่อนสอบปลายภาค:
6 วันก่อนสอบปลายภาค:
5 วันก่อนสอบปลายภาค:
4 วันก่อนสอบปลายภาค:
3 วันก่อนสอบปลายภาค:
2 วันก่อนสอบปลายภาค:
1 วันก่อนสอบปลายภาค:
คืนก่อนสอบปลายภาค:
1 ชั่วโมงก่อนสอบปลายภาค:
ระหว่างสอบปลายภาค:
ทันทีที่เดินออกมาจากห้องสอบ:
หลังสอบปลายภาค เสร็จ :

ข่าวประชาสัมพันธ์ สำหรับคนมี ไอ เดีย


กติกาการส่งผลงานเข้าประกวด
มหาวิทยาลัยมหิดล ขอเชิญ นักศึกษา บุคลากรหรือศิษย์เก่า เข้าร่วมการประกวดตราสัญลักษณ์ ของ
เว็บไซต์ปัญญาไทย (Thai wisdom) ให้สื่อความหมาย “ปัญญาของแผ่นดิน” โดยให้มีความลงตัวระหว่าง
ความเป็นปัญญาไทยและความเป็นปัญญาของแผ่นดิน โดยไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ผู้อื่น ชิงเงินรางวัล 20,000
บาท พร้อมเกียรติบัตร โดยส่งผลงานก่อนวันที่ 15 กันยายน 2553 และประกาศผลภายในวันที่
20 กันยายน 2553 ผ่านเว็บไซต์ http://www.mahidol.ac.th
1. ผู้ส่งผลงานเข้าประกวดต้องเป็น บุคลากร หรือ นักศึกษาของมหาวิทยาลัยมหิดล หรือ บุคคลทวั่ ไป
2. ส่งได้ไม่เกิน 2 ผลงาน(สีและขาวดำนับเป็น 1 ผลงาน) ต่อบุคคล
3. ต้องไม่มีสัญลักษณ์ส่วนใดส่วนหนงึ่ ของสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยประกอบอยู่ในผลงานนัน้
4. ออกแบบผลงานทัง้ แบบสีและขาวดำที่สื่อถึง ความเป็นปัญญาไทยและปัญญาของแผ่นดิน
5. ออกแบบผลงานขนาด A3 ที่สามารถเปิดได้บนระบบปฏิบัติการ Windows โดยมีนามสกุลดังนี ้JPG, JPEG, AI
PSD, PNG, TIFF, RAW และมีความละเอียดไม่ตํ่ากว่า 300 DPI (Dot per inch)
6. มีคำอธิบายความหมายและองค์ประกอบของสัญลักษณ
7. การส่งผลงานให้พิมพ์ผลงานบนกระดาษ A3 ทัง้ 2 แบบ(สีและขาวดำ) ติดลงบนบอร์ดสีขาวหรือสีเทาส่
พร้อม CD ไฟล์ผลงานที่มี ไฟล์คำอธิบายความหมาย พร้อมชื่อ-นามสกุล เบอร์โทรติดต่อกลับและอีเมล์
8. ส่งผลงานก่อนวันที่ 15 กันยายน 2553 เวลา 16.00 น. ณ กองทรัพยากรบุคคล ชัน้ 4 เลขที่ 999
สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐ
9. ผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 20,000 บาทพร้อมเกียรติบัตร
10. หากพบผลงานผู้ใดละเมิดลิขสิทธิ์ผู้อื่นจะยุติการร่วมประกวดของผู้นัน้ ทันที
11. คำตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นเด็ดขาดและสิน้ สุด
12. สอบถามรายละเอียดเพมิ่ เติมที่ นายนัตตุลา ชัยเกตุ กองทรัพยากรบุคคล ชัน้ 4 เลขที่ 999 สำนักงาน
อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170 โทรศัพท์ 02-
8496275 โทรสาร 02-8496287

วันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2553

ฉันเป็นนักศึกษา ฉันเป็นผู้มาหา. . . .





"เธอเป็นใคร มาทำไมในวันนี้
มาใฝ่ศึกษาเพื่ออนาคตที่ดี มาเปรมปรีดิ์ สุขสันต์ฉันท์เพื่อนพ้อง
เธอเป็นนักศึกษา ผู้มาหาความแซ่ซ้อง
มาเพื่อหาเกราะปกป้อง เธอจะต้องเติบโตให้ก้าวทัน"

"เราดีใจและยินดีที่มีเธอ
เธอคือเลือดสีน้ำเงิน สีเดียวกัน
เราดีใจที่มีเธอเป็นเพื่อนพ้อง
เธอคือลูกพระราชบิดา เฉกเช่นเรา
เราคาดหวังให้เธอใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า
เธอคือนาฬิกาที่หมุนไปตามกาล
เราคาดหวังให้เธอเก็บเกี่ยยวในชีวิต
เธอจะคืนย้อนกาลเสียมิได้หรอก
เราจะเคียงคู่เธอ เพื่อมองเธอก้าวเดินต่อไป
เธอจะล้มแล้วลุกสักกี่ครั้งก็ได้
โปรดอย่าท้อ และก้าวถอย
เราจะบอกเธอให้ว่า
เธอคือ พลังแห่งแผ่นดิน
เธอคือ คุณค่าที่จะก่อเกิดกับมวลมนุษย์ชาติ"

BY: Peempattranit

ที่มาแห่งตรา มหาวิทยาลัย มหิดล




นับตั้งแต่วันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๑๒ เป็นต้นมา มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ได้รับ พระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าพระราชทานนามมหาวิทยาลัย “มหิดล” อันเป็นพระนามาภิไธยแห่งสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ดังพระราชปรารภความตอนหนึ่งว่า “โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ให้เป็นมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์ จึงให้จัดตั้งเป็นมหาวิทยาลัยใหม่เรียกว่า “มหาวิทยาลัยมหิดล” มีขอบเขตดำเนินงานกว้างขวางยิ่งขึ้น”
หลังจากนั้นล่วงมาได้ ๕๓ วัน ศาสตราจารย์นายแพทย์ชัชวาล โอสถานนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดลในขณะนั้น ได้เรียกประชุมคณบดีเพื่อกำหนดตรามหาวิทยาลัยโดยที่ประชุมมีมติให้อัญเชิญตราส่วนพระองค์มาเป็นต้นแบบตรามหาวิทยาลัย และได้มีหนังสือจากมหาวิทยาลัยมหิดล ที่ สร.๒๓๐๑/๕๕๙๖ ลงวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๑๒ เรื่อง ขอพระราชทานตรามหาวิทยาลัยมหิดล ทูล ราชเลขาธิการ เพื่อนำความกราบบังคมทูลพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานตราแก่มหาวิทยาลัยมหิดลต่อไป
แบบร่างตราที่มหาวิทยาลัยมหิดลแนบเสนอไปทูลเกล้าฯ ในครั้งนั้น เมื่อค้นเอกสารจากงานจัดเก็บและรักษาเอกสาร กองกลาง สำนักงานอธิการบดี พบแฟ้มเลขที่ ๔.๑.๑ ที่มาของสี ตรา ต้นไม้สัญลักษณ์มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งมีเอกสารบันทึกข้อความ หัวกระดาษมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช ธนบุรี ลงวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๑๒ ลงนามโดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์ กษาน จาติกวนิช ความตอนหนึ่งว่า “ท่านคณบดีคุณหมอสุดได้เสนอตราของมหาวิทยาลัยและยืนยันว่าได้ขยายมาจากหัวกระดาษ จดหมายของท่าน (สมเด็จพระบรมราชชนก-ผู้เขียน) โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง”
ศาสตราจารย์นายแพทย์ชัชวาล โอสถานนท์ อธิการบดีคนแรกของมหาวิทยาลัยมหิดลในขณะนั้น ได้สั่งการตามหนังสือลงวันที่๑๘ เมษายน ๒๕๑๒ ให้ศาสตราจารย์นายแพทย์สุด แสงวิเชียร อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมหาวิทยาลัยมหิดล จัดทำตราดังกล่าว เป็นสามสำเนาเพื่อเก็บไว้ และอีกส่วนถวายไปให้เพื่อทรงทอดพระเนตร
ในแฟ้มเอกสารดังกล่าวนั้นยังได้พบตรามหาวิทยาลัยมหิดลแบบแรกที่มหาวิทยาลัยมหิดลได้มอบหมายให้นายแพทย์นันทวัน พรหมผลิน ผู้อำนวยการโรงเรียนช่างภาพทางการแพทย์ (โรงเรียนเวชนิทัศน์ สถานเทคโนโลยีการศึกษาแพทยศาสตร์ คณะแพทยศาสตรศิริราชพยาบาลในปัจจุบัน-ผู้เขียน) เป็นผู้ออกแบบ โดยมีอาจารย์กอง สมิงชัย อาจารย์โรงเรียนช่างภาพทางการแพทย์เป็นผู้ช่วยร่างแบบ ซึ่งแบบตราดังกล่าวได้นำตราของมหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ ซึ่งเดิมเป็นตรางูพันคบเพลิงในวงกลมซ้อนสองวง ระหว่างวงกลมมีภาษาบาลีเขียนด้วยอักษรไทยว่า“อตฺตานํ อุปมํกเร” ครึ่งล่างมีคำว่า “มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์” คั่นด้วยลายดอกประจำยาม นำมาปรับใช้โดยนำตรางูพันคบเพลิงออก แล้วอัญเชิญตราส่วนพระองค์ของสมเด็จพระราชบิดาเข้าแทน และเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยจากมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์เป็นมหาวิทยาลัยมหิดล โดยให้คงภาษาบาลีคำว่า“อตฺตานํ อุปมํกเร”ไว้ เมื่อออกแบบเสร็จแล้วจึงนำเสนอทูลเกล้าฯ เพื่อขอพระบรมราชวินิจฉัย
จากการสอบถาม ศาสตราจารย์พิเศษ นายแพทย์สรรใจ แสงวิเชียร ที่ปรึกษาคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ผู้เชี่ยวชาญในพระราชกรณียกิจสมเด็จพระบรมราชชนก ได้ให้ข้อมูลว่า ตราที่เสนอทูลเกล้าถวายในครั้งนั้นเป็นตราประจำพระองค์ ซึ่งเป็นตราประทับในหนังสือส่วนพระองค์และสมุดบันทึกคำสอนในสมเด็จพระบรมราชชนก และตราประจำพระองค์นี้นั้นถือเป็นตราประจำพระองค์ขององค์ผู้เป็นต้นราชสกุล “มหิดล” จึงถือว่าตรานี้เป็นตราประจำราชสกุลมหิดลอีกด้วย
เหตุที่ตรามหาวิทยาลัยมหิดลแบบแรกยังคงมีอยู่จนถึงปัจจุบันนั้น สืบเนื่องมาจากศาสตราจารย์นายแพทย์ชัชวาล โอสถานนท์ อธิการบดีคนแรกของมหาวิทยาลัยมหิดล ได้มีดำริให้ศาสตราจารย์นายแพทยสุด แสงวิเชียร จัดทำตราดังกล่าวเป็น ๓ ตรา อัดลงบนกระดาษที่หนาพอตามเอกสารบันทึกข้อความหัวกระดาษมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ตามที่กล่าวไว้ข้างต้นแล้วนั้น คาดว่าจะส่งไปถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหนึ่งตรา และถวายสมเด็จพระราชชนนี (สมเด็จพระศรีนครินทราพระบรมราชชนนี พระยศขณะนั้น-ผู้เขียน) อีกหนึ่งตรา
โดยตราที่ส่งไปถวายสมเด็จพระราชชนนี ฯ นั้นได้ทรงให้เลขานุการในพระองค์ มีหนังสือจากวังสระปทุม ลงวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๑๒ เรียน ท่าน อธิการบดี ความว่า “ทรงมอบเรื่องไว้ที่สำนักราชเลขาธิการเรียบร้อยแล้ว ขอให้ท่านได้ติดต่อกับสำนักราชเลขาธิการเพื่อดำเนินการต่อไป”
ส่วนตราอีกหนึ่งที่ได้เสนอทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อขอ พระบรมราชวินิจฉัยไปนั้น ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานแก่หม่อมราชวงศ์มิตรารุณ เกษมศรี สถาปนิกพิเศษประจำสำนักพระราชวังเพื่อเป็นต้นแบบในการปรับแก้ไขตรีและพระมหามงกุฏของตราให้เป็นแบบไทย
ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๑๒ มีหนังสือสำนักราชเลขาธิการ เรื่อง พระราชทานตรามหาวิทยาลัยมหิดล เลขที่ รล ๐๐๐๒/๒๙๗๙ ความว่า “ตามที่มหาวิทยาลัยมหิดลขอให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณา ขอพระราชทาน ตรามหาวิทยาลัย ความแจ้งอยู่แล้วนั้น ความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ พระราชทานตรามหาวิทยาลัย ตามแบบตราที่แนบมาพร้อมหนังสือนี้”
ทั้งหมดนี้คือเหตุแห่งที่มาของการพระราชทานตรามหาวิทยาลัยมหิดล นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานตราประจำพระองค์ของสมเด็จพระมหิตาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ให้แก่พวกเราชาวมหาวิทยาลัยมหิดล แสดงให้เห็นถึงน้ำพระราชหฤทัยอันประกอบไปด้วยพระเมตตาที่ทรงพระราชทานแก่ชาวมหาวิทยาลัยมหิดลอย่างหาที่สุดมิได้ ดังความในพระบรมราโชวาทที่พระราชทานแก่ชาวมหาวิทยาลัยมหิดล ในโอกาสเสด็จฯ ทรงดนตรีเป็นการส่วนพระองค์ ณ สวนอัมพร พระราชวังดุสิต เมื่อวันเสาร์ ที่ ๒๙ กรกฏาคม ๒๕๑๓ ตอนหนึ่งว่า
“และโดยเฉพาะผู้ที่ศึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ก็ถือต่างเป็นลูกของท่าน ก็นับว่าเรามีสิ่งที่ใกล้เคียงกัน เพราะว่าเป็นลูกของท่านเหมือนกันและนับได้ด้วยว่ามีพี่น้องจำนวนมากน่าชื่นใจ คนที่เป็นพี่น้องกันควรช่วยกันเสมอ มีความสามัคคีกัน เพื่อที่จะให้วงศ์ตระกูลชื่อเสียงของตนดี สร้างสรรค์ให้ทำประโยชน์ให้ส่วนรวมมีความเจริญก้าวหน้า”
พวกเราชาวมหาวิทยาลัยมหิดทุกคนควรน้อมนำพระบรมราโชวาทในครั้งนี้ ใส่ไว้ เหนือเกล้าเหนือกระหม่อมตราบนิจนิรันดร์

เรื่องของเรื่อง ก่อนจะเลือน "ตึกกิจ"






เล่าเรื่องงานอำลาตึกกิจกรรมที่(เคย)ผ่านมา เมื่อเดือนกันยายน พุทธศักราช 2551 หลายคนที่เคยเป็น นักศึกษาปี 1 ณ ขณะนั้นเช่นเดียวกับผู้เขียนเอง คงจำมิลืมเลือน มหิดล ศาลายา ในช่วงนั้นได้ดี งานนั้นเริ่มต้นช่วงเช้าด้วยการทำบุญ เป็นกิจกรรมทำบัญตักบาตร เช่นวันธรรมดาทั่วไป สำหรับใครหลายคน หากทว่า ณ ตอนนั้น ไม่ธรรมดา สำหรับ ตึกกิจ(กรรม) ของมหาวิทยาลัย มหิดล วิทยาเขตศาลายา เพราะ....เป็นการร่วมทำบุญส่งท้ายให้กับตึกกิจ ซึ่งเป็นตึกที่อยู่คู่กับ มหิดล ศาลายา มายาวนาน ลมหายใจอันยาวนานมาก ผ่านร้อน ผ่านฝน มาเปรียบเสมือนกับเป็นนักศึกษามหิดล ศาลายา รุ่นแรกๆของที่นี้ก็ว่าได้ แต่การใช้งาน กับความต้องการให้มีการพัฒนาพื้นที่ใช้สอยที่เพิ่มขึ้น จึงทำให้ตึกกิจ(กรรม) จำเป็นที่จะต้องสร้างใหม่มาแทนที่
เมื่อเสร็จสิ้นกิจกรรมช่วงเช้า ก็เริ่มต้นด้วยงานในช่วงเย็น มีบรรยากาศการขายของ การเริ่มต้นตะโกนส่งเสียงเรียกจากพ่อค้า แม่ค้าชมรม ร้านต่างๆที่เข้ามาขายของ รวมทั้งรับฟังวิสัยทัศน์ และแผนการพัฒนาต่างๆที่เกิดขึ้น ความเศร้าสำหรับรุ่นพี่นักกิจกรรมหลายๆคน ณ ขณะนั้นคงมีเกิดขึ้นกำบคำถามมากมาย พร้อมกับความสงสัยที่ว่า "จำเป็น" แค่ไหนกับการต้อง "ทุบ" ตึกกิจ(กรรม)ทิ้ง เพื่อปลูกสร้างสิ่งใหม่มาแทนที่....ทำให้ผู้เขียนเอง เริ่มรู้สึกอินกับความสงสัยมากมาย แต่ ณ วันนี้ เราเติบโตขึ้น เราย่อมต้องเข้าใจ ในทุกความเป็นไป ของมนุษย์
มหิดล คือ ศาลายา
ศาลายา คือ ชีวิตของพวกเรา
หากวันนี้ชีวิตเรา ก้าวเกิดนตามไม่ทัน คงจะไม่เกิด การพัฒนา การมีแผนพัฒนาของผู้บริหารมหาวิทยาลัย เพื่อให้เกิด การพัฒนา ที่รอบรับกับจำนวนนักศึกษาที่เพิ่มมากขึ้น เพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เป็นทั้งปัจจัยที่เอื้อต่อการดำเนินชีวิตที่หมุนเวียนไปให้พร้อม การสูญเสียครั้งนี้ ทำให้เกิด ความทรงจำอันล้ำค่ากับพวกเราทุกคน ผู้เป็นส่วนหนึ่งในตำนาน "อำลาตึกกิจ"
ลมหายของตึกกิจที่สิ้นไป ก็เหมือนกับการเริ่มต้นชีวิตของเรา ณ มหิดล ศาลายา เราได้เริ่มเรียนรู้ ที่จะรู้จักเพื่อน ก็โปรดอย่าเลือนเพื่อนที่ไม่ได้เห็นหน้าเถอะ เพราะไฉน ก็เป็น เพื่อนเสมอ จงเก็บความรู้สึกดีดีไว้บอกต่อ คนที่ได้รู้จักว่า "ตึกกิจ" สมัยที่เราได้มีโอกาสใช้ชีวิตในนี้ มันเป็นเช่นไร แม้ว่าจะเปลี่ยนแปลงเป็นอดีตไปแล้วก็ตาม
ขอขอบคุณ รูปจาก : MUPHOTO

"A Day in Life at Mahidol Salaya" ชีวิตในมหิดลศาลายา


"วันหนึ่งในชีวิตที่มหิดล ศาลายา" เป็นหนังสั้นที่ผลิตขึ้นสำหรับนักเรียนมัธยมปลายโดยเฉพาะ เพื่อให้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ของนักศึกษาที่ศาลายาชีวิตนักศึกษาใน มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายาที่ซึ่งต้อนรับนักศึกษาปีละเกือบ 5,000 คน บางส่วนก็ศึกษาอยู่ที่นี่ในชั้นปี 1 ก่อนที่จะแยกย้ายไปศึกษาต่อที่วิทยาเขตอื่น บางส่วนก็อยู่ที่นี่จนจบการศึกษาวันเวลาในศาลายา จึงเป็นประสบการณ์ชีวิตที่สำคัญ ของชาวมหิดลทุกคน

อำนวยการผลิต โดยกองกายภาพและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยมหิดล



มหิดล ศาลายาในช่วงระยะเวลาของการเป็นนักศึกษา ของการได้เป็นผู้หนึ่ง ที่อยู่ภายใต้ร่มเงาของรั้วสีน้ำเงิน ของการเป็นลูกของพระราชบิดา ปีการศึกษาใหม่ได้เริ่มเวียนมาอีกครั้ง การเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นี้ หลายๆครั้งที่ต้องรู้สึกบ้างในบางครั้งของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของชีวิตเธอ การได้เริ่มเรียนรู้เพื่อนใหม่ การเรียนรู้จักสิ่งที่อยู่ในห้องเรียน แต่สิ่งที่สำคัญ ที่เธอควรจะจดจำไว้ ในสิ่งที่สำคัญ คือการจดจำช่วงเวลาที่ดี ณ มหิดล ศาลายา



มหิดล ศาลายา

มหิดล ความทรงจำ

มหิดล ภาพเก่าเก่า

มหิดล เป็นส่วนหนึ่ง

มหิดล คือบ้านเรา

มหิดล คือชีวิต

มหิดล ความผูกพัน

มหิดล ศาลายา

ศาลายา คือที่พัก

ศาลายา คือจั๊กก้า

ศาลายา คือสวนหมุน

ศาลายา คือ เพื่อน เรา